สวัสดีครับ หายไปนานเลย แต่วันนี้ขอมาแปลกหน่อย 
 
 
 
วันนี้ผมจะมาคุยเรื่องจักรยานครับ !
 
ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมได้งานอดิเรกใหม่เป็นการปั่นจักรยาน
 
เหมือนจะเป็นเทรนฮิตกันในช่วงนี้ รวมกับที่ว่าผมเคยคุยกับหลาย ๆ คนว่าจะไปปั่นด้วยมาเป็นปีละ ปีนี้ก็ได้ฤกษ์เริ่มปั่นกับเค้าสักที
 
ผมจำได้เลยว่าปั่นครั้งแรก ผมโดนทีมพาไปยำด้วยระยะทางเกือบ 45 กม. กลับบ้านมาด้วยเสียงโอดโอยของเส้นเอ็นบนขาที่กระตุกเป็นจังหวะประมาณเพลงของพี่บี้เดอะสตาร์
 
(แต่ก็ยังดีกว่าเพื่อนผมอีกคน เจอรับน้องไปดอยสุเทพ อันนี้หนักกว่า 555+)
 
เอาละ ขอเข้าประเด็น 
 
หลังจากฝึกวิชามาได้สัก สองเดือน วันนี้ ทางกลุ่มที่ปั่นกันก็นัดกันไปปั่นที่ดอยสามหงก (ทำไมถึงเรียกสามหงก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง) เป็นเส้นทางราบเรียบเริ่่มจากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ไล่ไปทางเส้นสันกำแพง-แม่ออน ไปเรื่อย ๆ และมีไฮไลท์อยู่ที่ขึ้นดอยสามหงก และกลับออกมาทางเส้นดอยสะเก็ด กลับมาจบเส้นทางที่เดิมที่เดียวกับที่เริ่มต้น
 
เส้นทางน่าจะประมาณภาพนี้
 
 
 
โอเค ได้ฤกษ์ แล้วก็เริ่มเดินทาง
 
 
ตอนเช้าผมตื่นตั้งแต่ 05:35 แต่เนื่องด้วยการอ่านข่าวที่เอฟเวอร์ตันแพ้แมนซิตี้ ก็เลยนั่งซึมไปพักนึง 
 
ได้สติต่อก็ไปอาบน้ำเตรียมตัว
 
สักพักเพื่อนร่วมทริปแวะมาหาผมที่บ้าน เพื่อที่จะขอสูบลมยางก่อนที่จะออกเดินทางให้เรียบร้อย
 
เพื่อนคนนี้ชื่อบัญชา แต่เรียกสั้น ๆ ว่าบัญ บัญขับรถจักรยานยี่ห้อ Bianchi ที่ผมและเพื่อน ๆ ยุยงกันให้ซื้อเนื่องจากชื่อยี่ห้อมันพ้องจองกับชื่อมัน (Buncha Bianchi) นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเลย เรื่องกงเรื่องเกียร์ไม่ได้แนะนำอะไรไปให้เลย ดูฮวงจุ้ยให้อย่างเดียว (ตอนนั้นบัญอยากได้เสือภูเขาด้วยซ้ำ) บัญชาเป็นนักปั่นหน้าใหม่ แต่ฉายแววดาวรุ่งพุ่งแรง เพราะวันแรกที่บัญชาไปปั่นด้วยกันนั้น บัญชาไปดอยสุเทพครับ...
 
 
คือว่าดอยสุเทพนั้น ทุกคนที่เคยไปเชียงใหม่คงรู้ดีว่า เป็นภูเขาสูงที่มีวัดอยู่ข้างบน... นั่นแหละครับ พวกเราพาบัญชาปั่นขึ้นไป (น่าสงสารมั้ย ?)  แต่บัญชาทำได้ครับ !! ถึงดอยสุเทพด้วยหน้านิ่งสุด ๆ จนเพื่อน ๆ ทุกคนยังอึ้ง(แต่กลับมาได้ข่าวว่าขาพังเดินไม่ได้สักครึ่งวัน)
 
วันนี้บัญชามาแต่เช้า เพื่อมาขอสูบลมบ้านผม ผมเลยจัดการสูบให้ด้วยที่สูบลมใหม่ที่พึ่งถอยมาหมาด ๆ ใช้งานได้ไม่ถึงสองครั้ง สูบไปสักพัก ....
.
.
 
บรึ้ม !!!! 
 
เฮ้ย ยางแตกหรอวะ ???  ตูไม่ได้สูบเกินนะ !!
 
เอ ยางไม่ได้แตกนะ อะไรมันระเบิดน่ะ ? บัญชาสงสัย
 
ใช่แล้วครับ สูบผมระเบิดเองครับ เศร้าแพพ.....
 
 
ดีที่มีที่สูบลมสำรองอันนึง พอเอามาใช้แก้ขัดได้อยู่ ก็เลยสูบให้ก่อนออกเดินทางไปยังจุดนัดพบ .... 
 
 
 
---- ผมเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างว่าวันนี้ ทริปนี้จะไม่ธรรมดา....---
 
 
พอมาถึงจุดนัดพบ ก็เจอเพื่อนร่วมทริปอีกคน เรียกกันสั้น ๆ ว่าจักร 
 
จักรมีบ้านเป็นร้านขายจักรยาน เริ่มปั่นจักรยานมาได้ปีกว่าแล้ว แข้งขาแข็งแรง เตะเสาหักได้เป็นต้น ๆ ส่วนการปั่น ไม่ต้องพูดถึงครับ Newbie Noob Novice อย่างผมได้แต่ปั่นตามอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ 
 
จักรมีดีกรีได้รางวัลเป็นนักแข่งหน้าใหม่ยอดเยี่ยมอันดับสามเมื่อปีที่แล้ว และเคยผ่านรายการแข่งขันมาหลายรายการ แต่ที่เด็ดที่สุดคือเคยขึ้นดอยอินทนนท์มาแล้ว 
 
มีจักรอยู่ในกลุ่มด้วย ก็ค่อนข้างอุ่นใจในประสบการณ์และคำแนะนำของเขาครับ จักรจะคอยเป็นคนประคองพวกหน้าใหม่ และให้คำแนะนำตลอดการเดินทางครับ (รวมถึง Bluff ไปตลอดเส้นทาง)
 
จักรปั่นจักรยานยี่ห้อ Trek 1.2 แต่ฝีมือเกินตัว 1.2 ไปเยอะทีเดียว
 
รอได้สักพัก พลางกินกล้วยที่หนีบมาจากบ้าน สมาชิกคนสุดท้ายก็มาถึง
 
โตโต้ หรือเรียกกันว่าโต้ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการตั้งกลุ่มปั่นจักรยานขึ้นมา เพื่อให้มีการปั่นทุกวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ โตโต้ปั่น Bianchi เหมือนบัญชา แต่ต่างกันที่สี โต้ชอบเพราะมันจี๊ดดี (โต้บอกมางั้น) โต้เป็นคนที่ปั่นได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ตามหัวขบวนทันตลอด แต่จะมีบ้างตามโค้งตามเนิน ที่ชันแบบ Your Father Died โต้จะจอดรอให้กำลังใจเพื่อน ๆ เสมอ
 
 
เมื่อทุกคนมาครบ เติมน้ำเสร็จ กินเต็มท้องก็เริ่มออกเดินทางกันครับ วันนี้เป้าหมายคือพิชิตดอยสามหงก รวมระยะทางประมาณ 80 กม. ถือว่าไกลทีเดียวสำหรับมือใหม่อย่างผม และ บัญ (โต้บอกว่ารวมกูด้วย) 
 
สิริสมาชิกทั้งหมด 4 ท่าน
 
 
เราปั่นเส้นทางเรียบไปยังเส้นทางวงแหวนรอบ 1 ก่อนที่จะเลี้ยวออกไปทางเส้นทางไป อ. แม่ออนครับ
 
 
(วิ่งตามเส้นสีแดง)
 
วิวระหว่างทางได้เห็นวัดพระบาทตีนนกอยู่ไกล ๆ  
 
 
 
ปั่นไปได้เรื่อย ๆ แล้วก็คอยตรวจสอบเส้นทางมือถือไปด้วยครับว่าไปถูกทางหรือปล่าว ปั่นไปได้สัก 30 กว่า ๆ กม. ผ่านน้ำพุร้อนสันกำแพง ผ่านสนามกอล์ฟ ก่อนถึงอำเภอแม่ออน ก็เจอกับภาพนี้ครับ
 
 
คือใครไม่เคยปั่นจักรยานจะอธิบายให้ฟังครับ ถนนข้างหน้าที่เห็นเป็นทางขึ้นครับ หรือเราเรียกกันว่าทางชัน และมันก็ "โคตร" ชัน มาก ๆ เลยครับ มันเป็นทางขึ้นดอยสามหงกครับ 
 
 
อ่อ ลืมไป วันนี้ผมพาสมาชิกมาอีก 1 หน่อ ครับ เป็นหมีน้อยน่ารัก (ที่ตัวดำไปนิด) ชอบเดินทางไปทั่ว ชื่อมุ้งมิ้งครับ มุ้งมิ้งบ่นว่าอยู่บ้านนานไปแล้ว อยากออกมาเที่ยวมั่ง ก็เลยพามาด้วยครับ
 
มุ้งมิ้ง : พี่ข้างหน้าเป็นอะไร ทำไมยกล้อยังงั้น 
 
ผม : ก็ไม่รู้สินะ.... 
 
 
 
ทางขึ้นดอยสามหงก ผมว่ามันเหมือนกับการขึ้นดอยสุเทพ แบบไม่มีให้พักครับ ดอยสุเทพ ทางถนน ค่อนข้างจะไต่ระดับอย่างสุภาพ (หมายถึงเนินชันก็จริงอยู่ แต่ว่ายังพอให้ไปได้ ไม่เหนื่อยมาก มีทางให้พักขาได้อยู่) ที่นี่ไม่ได้พักขาเลย ปั่นต่อไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ยาวเหมือนดอยสุเทพปั่นได้สักพักก็ถึงยอดดอยสามหงกครับ 
 
 
(บรรยากาศดูขลัง ๆ พิกล) 
 
หลังจากนั้นก็ทางลงยาวเลยครับ ไหลล้อฟรีลงไปเรื่อย ๆ ครับ 
 
 
รายละเอียดของดอยสามหงก ดูได้จากกราฟตัวนี้ครับให้ดูช่วงที่ระยะทาง 40 km ครับ ความสูงของยอดดอยอยู่ที่ 603 เมตร (วัดจากโปรแกรม) ซึ่งถือว่าเป็นน้อง ๆ ดอยสุเทพเลยครับ ดอยสุเทพนี่อยู่ที่ประมาณ 800 เมตร
 
 
ลงจากดอยสามหงกแล้ว หลังจากนั้นก็จะเข้าสู้ตัวอำเภอแม่ออนครับ เส้นทางปั่นรอบข้างค่อนข้างเขียวขจี
 
 
 
 
 
บรรยากาศน่าปั่นครับ เพราะข้างทางเป็นร้านขายต้นไม้ยาวตลอดแนวเลย 
 
 
 
หลังจากนั้น เราควรที่จะปั่นตามทางไปเรื่อย ๆ จนเจอทางแยกแล้วเลี้ยวออกทางดอยสะเก็ด แล้วค่อยกลับเข้าเส้นชัยที่สถานีขนส่งเชียงใหม่ใช่ไหมครับ
 
 
จุดเปลี่ยนของทริปนี้มันกำลังจะเริ่มจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป
 
 
.
.
.
.
.
 
 
 
ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ร้านข้าวซอย....
 
 
ผม บัญ จักร โต้ สีคน กับมุ้งมิ้งอีกตัว ขับจักรยานตามทางขายต้นไม้มาเรื่อย ๆ คุยกันว่าจะแวะร้านสะดวกซื้อสักร้านแล้วเติมเสบียง (น้ำ เกลือแร่ ขนมขบเคี้ยว) ระหว่างทาง จนเจอร้านหนึ่ง เป็นร้านขายข้าวซอย ข้างๆ  มีมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง จากที่ว่าจะหาเสบียงกินกัน ทุกคนตกลงปลงใจว่าจะเติมเสบียงลงท้องกันที่นี่เลยละกัน
 
ก็สั่งอาหารไปหลายอย่างอยู่ ข้าวซอยเนื้อ ข้าวซอยหมู ข้าวซอยเอ็น ข้าวมันไก่ โอย มากันเต็มโต๊ะ 
 
การปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่เปลืองพลังงานมากครับ
 
หากคุณไม่กินอะไรก่อนออกทริป คุณมีโอกาสที่จะหมดแรงเร็วตั้งแต่ 30 กม.แรกมาก แต่การกิน ก็ไม่ได้ทำให้คุณถึงกับจุกจนปั่นไม่ได้นะครับ ด้วยความรู้สึกของผมเอง ของที่กินไป ร่างกายจะพยายามเอามาใช้ให้มากที่สุดระหว่างที่ปั่นไป น้ำที่กินไปก็ระบายออกมาเป็นเหงี่อ ข้าวที่กินไป ก็ทำให้มีแรงปั่นจักรยานต่อ
 
อย่างที่ว่ากัน ผมปั่นมา 40 กว่า กม. กินกล้วยลูกเดียว แรงหมดเป็นธรรมดา ก็เลยถือโอกาสเติมที่ร้านนี้เอาซะเลย ด้วยข้าวมันไก่พูน ๆ 1 จาน
 
ระหว่างนั้นเอง ตัวละครที่ทำให้ทริปปั่นจักรยานทางราบยาว ๆ ดอยนิด ๆ ของผมและเพื่อน ๆ ต้องเปลี่ยนไปก็ปรากฏตัวขึ้น
 
 
 
พี่เจ้าของร้าน เดินเข้ามา คุยเรื่องที่จอดจักรยาน
 
จขร (เจ้าของร้าน) : น้องครับ น้องรู้ไหมว่าที่จอดจักรยานเขาซื้อกันที่ไหน
 
ผม : ทำเอาก็ได้ครับ ซื้อเหล็กมาเชื่อมเองทำเอง หรือจ้างทำก็ได้ครับไม่แพง ทำยังงี้ยังนั้น ฯลฯ ....
 
จขร : อ๋อ ครับ ๆ .... น้อง ๆ นี่ดีนะปั่นจักรยานมาออกกำลังกายกัน ถ้าพี่มีเองสักคน พี่ว่าจะปั่นบ้าง
 
ด้วยความที่เห็นพี่เค้าเป็นคนท้องที่ ก็เลยถามไปว่า
 
ผม : พี่ครับ แล้วแถวนี้นี่ มีที่ไหนน่าไปบ้างครับ
 
 
.
.
.
.
 
เป็นคำถามเล็ก ๆ แต่จุดประกายให้กับพวกเรามาก
 
พี่เค้าแนะนำให้เราไปดูโครงการหลวง เค้าบอกว่าแถวนั้นมีน้ำตกสวย ๆ ด้วย ลองไปดูสิ ประมาณ 8 กิโล จากตรงนี้
 
 
 
8 กิโล.... อืมมม ไกลจากแผนไปนิด แต่น่าจะไหวอยู่
 
โอเค ตกลง เราจะลองไปโครงการหลวงกัน
 
 
ปะ ไปโครงการหลวงกัน !! เอะ.. อะไรติดอยู่ที่หลัง
 
 
 
 
สภาพของผู้นำทริปชี้ทางที่จะไปต่อให้ผู้ติดตาม ....หลอนกันไปเลยทีเดียว 
 
 
ถ้าปั่นจากร้านข้าวซอยที่เราไปกินกันสัก 1.5 กม. จะเจอทางแยก เป็นทางที่ทะลุหมู่บ้านของ อำเภอแม่ออน จะเป็นสามแยก ที่มีป้ายเยอะมาก (ลืมถ่ายมา) ที่เด่น ๆ ก็จะมีป้ายทางไป Flight of Gibbon , ร้านกาแฟ The Giant ที่เดี๋ยวนี้ฮิตมาก เห็นใคร ๆ ก็พูดถึง แล้วก็กระท่อมลุงจอห์น ...... เอ่อ อันนี้ก็ไม่รู้ครับว่าคืออะไร แต่ป้ายมันชวนสงสัยมาก 
 
พี่เค้าบอกให้มาทางนี้ เราก็ไปทางนี้สิครับ
 
 
จากนี้ไปเส้นทาง ถนน ไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่ครับ ทางค่อนข้างชันขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับถนนหนทางเป็นถนนคอนกรีตก็จริง แต่หน้าเป็นหินหมดเลย เหมือนกับว่าถนนเทเสร็จแล้วโดนฝนตกใส่ ข้างบนเลยมีแต่หิน ปั่นไปก็เสียวยางแตกไป -*-เป็นระยะทางกว่า 2-3 กิโล ที่สั้น ๆ แต่ใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะปั่นให้พ้นไป สุท้ายเราก็เจอครับ
 
 
มีโต้เป็นนายแบบให้ (คนอื่นไม่มีอารมณ์ถ่าย)
 
โครงการหลวงในนี้ จะมีร้านกาแฟ มีห้องพัก และมีแปลงสาธิตเกษตรให้เราได้เข้าไปดูและศึกษาครับ ร้านกาแฟน่านั่ง แต่เหมือนช่วงนี้มะนาวขาดตลาด เมนูมะนาวไม่มีขายเลย T__T ชามะนาว น้ำผึ้งมะนาวโซดา อดกินไป
 
 
 
จอดจักรยานไว้ ไม่ต้องกลัวหาย มีคนเฝ้าให้แล้ว
 
 
.
..
...
 
 
เราควรจะกลับกันได้แล้ว เพราะนี่ก็ 11 นาฬิกาแล้ว ถ้าประเมินเวลากลับก็คงอีกสัก 2 ชม. กลับถึงบ่าย ๆ พอดี จะไม่ได้ต้องตากแดดมาก
 
 
แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น
 
 
จักรเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง 
 
"เอ้อ หมู่บ้านแม่กำปองอยู่ข้างหน้าที่เองนะ "
 
"แม่กำปองมีอะไรวะ ?"
 
"เนิน 45 องศาในตำนานไง"
 
.
.
..
 
 
ขอท้าวความนิดหน่อย
 
เมื่อสามสัปดาห์ก่อน จักรพาพวกผมไปทดลองปั่นเส้นทางนึง พวกเราเรียกกันว่าสวนพฤกษ์ (Queen Sirikit Park) อยู่เส้นทางไปสะเมิง เป็นเส้นทางที่ทำร้ายกล้ามเนื้อหน้าแข้งและจิตใจเป็นอย่างมาก ด้วยเนินที่ชันมากกว่า 10 องศาติดต่อกันหลายโค้งและไม่มีที่ให้พัก ถ้าให้คะแนนความยากของดอยสุเทพสัก 7/10 ความยากของสวนพฤกษ์คงอยู่ที่ 11/10 ใช่ครับ ยากจนคะแนนเต็มยังไม่พอ 
 
แต่จากนั้น จักรได้เกริ่นไว้ว่า ยังไม่เส้นทางที่ชันกว่านี้อีกนะ แต่ยังไม่เคยไปเหมือนกัน มันชันจนทีมที่เก่งลำดับต้น ๆ ของประเทศบางคนยังต้องเข็นขึ้นไปเลยนะ
 
ผมก็จำไม่ได้ว่าจักรบอกว่าที่ไหน
 
 
 
จนกระทั่งได้ยินเมื่อกี๊
 
 
 
.
.
.
"แม่กำปอง ... ไกลไหมอะ"
 
พูดปั๊ป โต้ กับบัญ ก็หันมามองหน้าประมาณว่า เมิงจะเอาจริงหรอ ?
 
"เค้าบอกว่าไม่ไกลนะ ปั่นไปสักพักเดี๋ยวก็เจอหมู่บ้านแล้ว" จักรบอกตามคำเล่าอ้างของพนักงานร้านกาแฟ
 
 
 
เอาวะ ... ไปก็ไป...
 
หารู้ไม่ เค้ายังไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางให้เราอีกเยอะ....
 
 
 
 
เราปั่นออกมาต่อจากโครงการหลวงตามเส้นทางไปเรื่อย ๆ 
 
ตามแผนการแล้วเราตั้งใจจะแวะร้าน The Giant นั่งกินกาแฟชิว ๆ บนร้านบนต้นไม้
 
 
จนกระทั่ง ได้พบกับป้ายนี้
 
 
 
โต้ถึงกับกราบ
 
 
โอเค แผนพังไปอีก 1 อย่าง สรุปว่า ตอนนี้ทางเลือกเราเหลืออยู่สองทาง คือ กลับ กับไปแม่กำปอง
 
 
ทุกคนก็เลือกแม่กำปอง
 
แต่ในใจทุกคนก็ถามตัวเองว่า อีกไกลแค่ไหนจนกว่าฉันจะใกล้.... บอกที
 
 
 
 
 
 เอ้าาา แม่กำปอง ตรงปายยยย
 
 
 
 
เห้ย ปั่นไปปั่นมาจะถึงลำปางแล้วหรอ ???
 
 
 
วิวระหว่างทางไปบ้านกำปองครับ
 
 
 
ตลอดทาง ที่ทำให้เราคิดถึงเพลงใกล้ของ Musketeer คือทางเหล่านี้ครับ
 
 
คือเส้นทางมันค่อนข้างชันมาก ประกอบกับพวกเราใช้กำลังขาอันน้อยนิด(ยกเว้นจักร) หมดไปกับปั่นขึ้นมาดูโครงการหลวงแล้ว เจอเนินที่มีความชันมาก ๆ ขึ้นไป (10% ขึ้นไป) ก็ถึงกับต้องเข็นกันหมดครับ 
 
และ
 
 
มันไม่ได้มีเนินเดียว....
 
 
 
สุดท้าย....
.
.
 
 
 
 
ทางเข้าหมู่บ้านแม่กำปองครับ
 
เย้~~~~~~~~~~~
 
 
บ้านแม่กำปองนั้น มีบ้านไม้ปลูกอยู่เรียงรายตามทาง และบ้านหลายหลังก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ภายในตัวหมู่บ้านเองมีเกสต์เฮาส์อยู่หลายที่ คงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังจะนิยมกระมังครับ ผมชอบรายละเอียดของตัวหมู่บ้านนะ มันดูน่ารักดี แต่ที่ผมไม่ชอบ มีแค่
.
.
.
.
 
 
ถนน ครับ
 
 
ถนนมันโหดร้ายสำหรับคนปั่นจักรยานมือใหม่มากครับ ความชันที่ไม่ปราณีใครปั่นขึ้นก็เหนื่อยมาก
 
ปั่นลงก็อันตรายสุด ๆ ถ้าเบรคไม่ดี มีหวังหัวทิ่ม แหกโค้งได้ง่าย ๆ เลยครับ
 
 
ทางที่ดี...
 
 
 
เข็นเหอะน้อง... บัญชาไม่ได้กล่าวไว้
 
 
ปั่น เอ้ย เข็นขึ้นเนินหลายลูกจนนับไม่ได้มาสักพัก ก็เจอวัดคันธาพฤกษา วัดแรกที่เจอในบ้านแม่กำปองครับ ก็เลยแวะพักสักหน่อย
 
 
ภาพแรกนี่เค้นพลังมาเพื่อถ่ายรูป ภาพสองนี่สภาพที่แท้จริง (แรงไม่เหลือ)
 
 
ตัวเจดีย์มีความสวยงามมากครับ
 
 
มุมน่ารัก ๆ ของบ้านแม่กำปองครับ
 
 
หลังจากผ่านเนินอันโหดร้าย และเคี้ยวคด เราก็มาถึงเนิน  ๆ หนึ่ง ที่มองไปแล้วเป็นทางลงยาวไปไกลหายไปในป่า
 
"เดี๋ยว ๆ " โต้ทักทุกคน
 
"เราจะไปต่อไหม ทางนี้มันทางลงก็จริง แต่เราก็ต้องเผื่อแรงสำหรับเดินทางกลับด้วยนะ "
 
"กูยังไงก็ได้ ไหวกันอยู่รึป่าวล่ะ ?" จักรถาม
 
"เอางี้ดีกว่า เราถามคนแถวนี้ก่อนดีกว่าไหม ว่าข้างหน้ามันมีอะไร เราจะได้คิดกันต่อ" บัญ เสนอแนะ
 
 
เหมือนสคริปบทภาพยนต์ อยู่ดี ๆ ก็มีตัวละครจากหมู่บ้านเดินผ่านมา
 
"พี่ครับ ๆ ข้างหน้านี่มีอะไรบ้างครับ ?" บัญถาม
 
"อ๋อ มีร้านอาหาร แล้วก็มีน้ำตกอยู๋ข้างหน้าครับ " 
 
.
.
.
 
"ไกลไหมครับ " ผมถาม
 
"ไม่ไกลครับ" 
 
.
.
.
 
ไม่ไกล .. อีกแล้ว... เอาไงดี แต่ตอนนี้ทุกคนก็หิว ไปหาอะไรกินก็น่าจะดีกว่า ไปเติมพลังกันก่อน ข้าวมันไก่ผมที่กินมาเมื่อกี๊นี้ก็หมดไปกับเนินหลาย ๆ เนิน จนกระเพาะโล่งเรียบร้อยแล้ว 
 
หลาย ๆ คนในทีมเริ่มท้อกับเส้นทางที่ยังหาจุดจบไม่เจอ แต่ก็ยังตกลงกันว่าเราจะไปกันต่อนะ โดยจุกพักต่อไปคือที่ร้านข้าว เราจะแวะเติมพลังกันที่นั่น
 
.
.
.
 
ปั่น ปั่น ปั่น
 
เจอเนินชันอีกแล้ว ปั่นขึ้นไปล้อหน้าเกือบยกแน่ะ
 
ปั่น ปั่น ปั่น ปั่น
 
 
 
แล้วเราก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านนี้ เป็นจุดพักที่สองของวัน พักแบบจริงจัง ตอนนี้เลขไมล์ที่วัดได้อยู่ที่ 50.05 กม. แต่สภาพของแต่ละคนเริ่มโรยราอย่างเห็นได้ชัด สังเกตได้จากอาหารที่สั่งมาแต่ละคนต้องมีเมนูไข่ ทุกเมนู น้ำอีกคนละแก้ว บวกกับเกลือแร่คนละขวด สภาพพวกเราแต่ละคนอิดโรยกันจริง ๆ 
 
 
 
ตอนนี้ถ้าจากแผนที่แล้วเนี่ย เราอยู่ตรงจุดแดง ๆ ครับ
 
 
.
.
.
 
ในทริปนี้ จุดเปลี่ยนของการเดินทางทุกที่ มักจะอยู่ที่ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มเสมอ เหมือนมีใครเขียนบทไว้ยังไงยังงั้น
 
แน่นอนครับ ตอนนี้เราอยู่ที่ร้านอาหาร
 
"น้องไม่ลองไปน้ำตกหรอ สวยนะ"
 
เอาละไงกู...
 
 
.
.
.
 
"ไกลมั้ยครับพี่ ?"
 
"โอ้ย ไม่ไกล อีกนิดเดียวเองน้อง แค่จะมีเนินชัน ๆ หน่อยอีกสัก 200 เมตรเท่านั้นเอง"
 
จักรตาวาวขึ้นมาทันที เพราะจะได้เห็นเนินชันมหากาฬในตำนาน(ของมัน)
 
ส่วนตัวผมเองแล้วเนี่ย ผมก็อยากเห็นครับ แต่ตอนนั้นรู้แล้วว่า เรากลับไม่ไหวแน่ คือปั่นไม่ขึ้นแล้วครับ กลับไปปวดขานอนระบบอยู่บ้านแน่นอน แต่มาถึงจุดนี้แล้ว อีกไม่ไกล.... เอ๊ะ ไม่ไกล... เหมือนวันนี้จะได้ยินบ่อยจัง แต่ก็ช่างมัน มาให้เจอเป้าหมาย ถึงเราจะชนมันไม่ได้ แต่มันก็ทำให้เรามีเป้าหมายเพื่อกลับมาชนมันอีกครั้ง 
 
"ไปกันเถอะ" ผมบอกเพื่อน ๆ 
 
"แน่ใจนะว่าไหว" จักร
 
"อย่าลืมนะว่าเราต้องกลับไปกันอีก" โต้
 
"....." บัญ
 
"กูไม่ไหวหรอก แต่กูมาถึงแล้ว ไม่อยากพลาดแล้วล่ะ" 
 
ฟังดูหล่อนะครับ
 
"แต่ว่าถึงแค่น้ำตกพอนะ ถ้าไม่เจอเนินก็ไว้คราวหน้าละกันนะ" 
 
ผมตั้งเงื่อนไขไว้เล็กน้อย กันว่าเราจะเลยเถิดไปกว่านั้น ซึ่งทุกคนก็โอเคกับเงื่อนไขดังกล่าว
 
ตอนกินข้าวผมนั่งดู GPS แล้วตอนนี้เราอยู่ใกล้เขตอำเภอแจ้ห่มจังหวัดลำปางมาก อีกไม่เกิน 10 กม ก็ถึงแล้ว กลัวว่าถ้าเลยเถิดไปมากกว่านั้น เราคงได้ไปนอนลำปางกันเป็นแน่แท้
 
เอาล่ะ บิ้วกันเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อ 
 
ก่อนไปก็ท่องเพลงนี้ไว้ในใจ
 
.
.
 
 
อีก ไกลแค่ไหน จนกว่าเราจะใกล้....
 
ก่อนไป มีหมายิ้มให้กำลังใจด้วย
 
 
 
 
ระหว่างทางถือว่าเป็นทางที่โหดไม่แพ้ทางเข้าหมู่บ้านเลย บ้านต่ละหลังตั้งอยู่บนเนินชัน ๆ ทางก็แคบ ถ้าชาวบ้านที่นี้ฮิตปั่นจักรยานกันนะ เอาไปแข่งตูเดอฟรองซ์ ( Tour de France) ได้สบาย ๆ เลย ทางถนนนี้ถ้าไม่ขับรถยนต์มานี่ก็นอนอยู่บ้านดีกว่าครับ 
 
 
จากกราฟตัวเดิม สังเกตจากเส้นที่ผมตั้งไว้ที่ กม. 50 ครับ ตรงบริเวฯที่แรงเงาทึบสีเทา ๆ มันคือความสูงจากระดับที่เราเริ่มต้นครับ ใช่ครับ ผมปั่นจากตรงร้านข้าวขึ้นไปอีกเกือบ ๆ 300 เมตร ที่ความสูงสุดท้าย อยู่ที่ 1075 เมตรครับ (สูงกว่าดอยสุเทพเสียอีก ! ) นั่นคือที่อยู่ของน้ำตกแม่กำปองครับ 
 
 
 
 
ผมขอบอกเลยว่า ความชันของทางที่เราไปกันเนี่ย ไม่ธรรมดา ถ้าเรียกความชันของดอยสุเทพว่าไอ้มดแดง คงต้องเรียกที่นี่ว่า ซุปเปอร์แมน เลยทีเดียวครับ เลี้ยวไปพ้นโค้ง จะเห็นอีกโค้ง ที่มองในระดับตรงไปจะเจอถนนภายในอีก 10 เมตร นั่นหมายความว่า ถ้าผมสูง 170 ซม. แสดงว่าความชันตรงนี้อยู่ที่ 17% (กะเอานะครับ) ซึ่งปกติแล้วผมไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่ที่จะเจอถนนชันแบบนี้ อย่างมากก็ไม่เกิน 10 % (ถนนยาว 100 เมตร สูงขึ้นมา 1 เมตร) ถ้าเอารถเก๋งโหลดต่ำมาวิ่งนี่ กันชนหน้าคงได้ถอดเอาทิ้งไว้ข้างทางครับ
 
ระหว่างทาง ก็มีเพลงเข้ามาในหัวอีกเพลงครับ
.
.
 
 
"แต่ถามว่าท้อไหม ฉันตอบเลยว่ามาก ยากเย็นจนเกินความเข้าใจ"  
 
จากเพลงก้อนหินกับนาฬิกา ของพี่เบิร์ด
.
.
 
 
 
และ ในที่สุด 
 

โอวววว น้ำตาจิไหล... อยากร้องไห้เป็นภาษาฮิบบรู แต่ร้องไม่เป็น..

 

ภาพในหัวตอนนั้นเหมือนมีเสียงประกาศจากเสียงตามสายในห้างดังออกมาว่า

"ยินดีด้วยนะคะ คุณถึงน้ำตกแม่กำปอง Check point สุดท้ายของหมู่บ้านนี้แล้วนะคะ ยินดีด้วยค่ะ " 

 

ตามประเพณี ทุกคนก็เข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ยกเว้นบัญ ซึ่งตอนนี้หมดแรงแม้แต่จะพูดไปเลย
 
 
มาถึงจุดนี้ บอกตามตรงว่า มาได้ไกลกว่าที่คาดคิดไว้เยอะ จากทีแรกเราต้้งใจจะไปวนรอบเส้นดอยสะเก็ด ทางเรียบ ๆ ง่าย ๆ มีดอยชัน ๆ นิด ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็มาโผล่หมู่บ้านแม่กำปองนี่ซะงั้น  
 
ตอนนี้บอกตรง ๆ ว่า ขาทั้งสองข้างใช้แรงเผื่อสัปดาห์หน้าไปหมดแล้ว แล้วคิดว่ายังคงมีอาการแทรกซ้อนเข้ามาอีกเมื่อกลับถึงที่หมาย แต่สิ่งที่นอกเหนือจากความเหนื่อยล้าความทรมาณจากการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา สิ่งที่เราได้เห็นคือ สภาพการใช้ชีวิตของผู้คนในหมู่บ้าน ต่างมีความเรียบง่าย และมีอัธยาศัยที่ดี ชาวบ้านน่ารักมาก ถามอะไรก็ยิ้มตอบเราเสมอ
 
บรรยากาศข้างทางก็ร่มรื่น ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าร้อน น้ำจากลำธารก็ใส วิวดอยก็สวย หมู่บ้านก็สวยงาม 
 
ไม่แปลกใจเลย ที่จะพบนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่น ๆ เข้ามาเยี่ยมชมความงดงามของหมู่บ้านแม่กำปองครับ
 
ลาก่อนหมู่บ้านแม่กำปอง ไว้เราเก่งกว่านี้แล้วจะกลับมาใหม่นะ !!
 
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
"กูว่ามันยังไม่ถึงเนิน 45 ว่ะ......."
 
เสียงแว่ว ๆ มาจากหัวหน้ากลุ่มเบา ๆ 
 
ผม บัญ โต้ หันหน้ามามองด้วยสายตาอาฆาต
 
 
"โอเค กลับก็ได้..." หัวหน้ากลุ่มแอบหงอย
 
.
.
.
ตอนนี้เลขไมล์อยู่ที่ 55 กม. คาดว่าปั่นกลับคงจะถึงร้อยพอดี
 
 
ขากลับค่อนข้างปั่นสบาย ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก  แต่หารู้ไม่ ทางลงอันตรายมาก ความกลัวก็เริ่มบังเกิด
 
ผมเคยมีประสบการณ์บินข้ามรถหรือรถล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง (จริง ๆ ก็อาทิย์ที่แล้วเอง) ดีที่ว่าครั้งนั้นผมไม่เป็นอะไรมาก แต่เอาสีข้างลงแต่ก็ยังเจ็บอยู่ วันนี้ ตอนที่ปั่นลงมา มันเหมือนเห็นเดจาวู หรือภาพหลอน ขึ้นมาจับใจเวลาเบรคทุกครั้งระหว่างลงเนิน 
 
ปกติผมเป็นคนที่ชอบปั่นลงภูเขามากนะ ตอนลงดอยสุเทพแล้วนี่ยิงมันส์ ลงดอยแซงรถเก๋ง รถเมล์เป็นว่าเล่นแต่หลังจากได้ลองบินข้ามจักรยานวันนั้นแล้ว ผมก็เริ่มลงดอยสุภาพขึ้น
 
แต่ไม่ใช่วันนี้ 
 
 
วันนี้เนินนี่ชันจนน่ากลัว บางช่วงบางตอน ผมยอมที่จะเข็นจักรยานลงเขาด้วยซ้ำ 
 
กลัวอุบัติเหตุ กลัวรถสวน กลัวความเร็วที่มากเกินไป กลัวถนนแคบ 
 
ตอนนั้นกลัวไปหมด 
 
มีอยู่ช่วงนึงที่เหมือนจะหน้ามืด เกือบพุ่งไปชนเพื่อน ชนสะพานข้ามถนนเล็ก  ๆ แต่ยังดีตั้งสติทันควบคุมเบรคได้อยู่เลยกลับออกมาจากหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย
 
 
 
 
 
 
ดีที่ไม่เป็นแบบรูปนี้อีกรอบ
 
 
.
.
.
.
 
เราค่อย ๆ ปั่นย้อนกลับมาทางเก่า ผ่านเนินหฤโหด ผ่านโรงการหลวง ผ่านแยก The Giant ที่ปิดปรับปรุง ผ่านแยกกระท่อมลุงจอน (ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ?) กลับมาไปทางหลวงชนบทต่อจากดอยสามหงกต่อ
 
ฮั่นแน่ะ ยังไม่ได้บอกละสิ ว่าทำไมมันถึงเรียกดอยสามหงก
 
อันที่จริงผมก็ไม่รู็หรอกครับ แต่เดาว่ามันเป็นดอยสูง ๆ ขึ่้นมาแล้ว ค่อย ๆ ลดระดับลง แล้วก็จะเป็นทางขึ้นไปอีก แล้วก็ลงอีก รวมแล้วประมาณ 3 ครั้ง เขาก็เลยเรียกกันว่าดอยสามหงก กระมังครับ
 
ปั่นออกมาจากทางเส้นทางหลวงชนบท เจอทางหลวงจริง ๆ เป็นเส้นดอยสะเก็ด - เชียงราย(แม่ขะจาน) เราก็ปั่นย้อนกลับไปเชียงใหม่
 
 
คาดว่าตอนนี้เราคงอยุ่บนภูเขาสูง ทางที่ปั่นเลยเจอแต่ทางลง ซึ่งทีนี้เราสามารถซิ่งได้เต็มที่เพราะถนนกว้าง และมีเลนจักรยานกว้างอยู่พอสมควร ตอนนั้นดูนาฬิกาแล้วก็ประมาณ 15: 30 ได้แล้ว แต่โชคดีที่ว่าแดดไม่ออก มีเมฆมาก ลมก็ดี ทำให้ขากลับ ลืมความปวดขา ปั่นต่อได้อย่างสนุก
 
เนินทางกลับไปเชียงใหม่นี้ มันเหมือนมีทางหลอกตาเราอยู่เป็นระยะ ๆ เพราะจะมีทางลงชันมาก ๆ และทางชั้นขึ้นมาก ๆ ติดกัน ทำให้ตอนเราปั่นเหมือนปั่นเข้าหากกำแพงก็มิปาน 
.
.
.
 
ตอนนี้กำลังใจทุกคนเริ่มมา เพราะหวังว่าจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนเสียที 
 
แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น
 
 
ระหว่างทาง เหลืออีกประมาณ 20 กิโลสุดท้าย 
 
น้ำที่เพื่อน ๆ พกมาไว้เริ่มหมด คือแบบว่า หมดจริง ๆ ปั่นไปก็ยิ่งเจอแต่ดงป่าพงไพร ยังไม่เจอวี่แววของร้านสะดวกซื้อเลย
 
"เฮ้ย เดี๋ยวเจอปั๊มข้างหน้าแวะเติมน้ำหน่อยนะ " โต้ตะโกนบอกระหว่างปั่น
 
ทุกคนพยักหน้าเป็นสัญญาณ
 
ปั่นมาได้สัก 5 กิโล เริ่มเห็นป้ายบอกปั๊มน้ำมันบอกว่าให้ไปอีก 7 กิโล คอที่แห้งลงเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีความหวังขึ้นหน่อย
 
 
ดีที่ว่าทางปั่นเป็นทางหลวง ถนนค่อนข้างดี กับเส้นทางที่เราปั่นมา เป็นเส้นทางที่มีความชันลาดลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ขาที่ไม่มีแรงแล้วตอนนี้ของพวกเรายังพอสามารถทำความเร็วที่ 30 กม/ชม ได้อยู่ 
 
 
ปั่นมาสักพักเจอปั๊มบางจากก็ถึงกับเฮลั่น จะได้เติมน้ำสักทีเว้ยยยยย คอแห้งมาก
 
แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น...
 
 
"ปิดว่ะ..." โต้ทำสีหน้าจ๋อย ๆ 
 
แต่ที่จ๋อยกว่าคือบัญชา หน้าแกแทบจะไม่มีความรู้สึกแล้ว
 
 
ก็กัดฟันทำใจปั่นต่อไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะมีปั๊มน้ำมันใหญ่อยู่ข้างหน้าพร้อมร้านสะดวกซื้อ
 
 
.
.
.
 
เหมือนท้องฟ้าจะให้รางวัลเรา โดยการส่งเซเว่นอีเลฟเว้นมาให้เราที่ปั๊ม ปตท.ดอยสะเก็ด
 
ทุกคนสีหน้าเบิกบานเมื่อได้น้ำเข้ามาทำให้ร่างกายชุ่มชื้น
 
ชุ่มชื้นได้แปปเดียวเท่านั้นแหละครับ เหมือนฟ้าจะอยากให้เราชุ่มชื้นมากกว่าเดิม เลยส่งฝนมาให้เราครับ
 
ใช่ครับ ฝน ลม พายุ มากันให้กระหน่ำเลยครับ
 
ปั่นจักรยานไป ตัวแทบจะปลิวตามลม 
 
เคยได้ยินมาเหมือนกันครับว่าลมจะทำให้เราเหนื่อย ตั้งแต่ปั่นมายังไม่เคยเชื่อนะครับว่าจะเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งวันนี้แหละ....
 
 
เมื่อปั่นเพิ่มความเร็วไม่ได้ ก็ต้องใช้ความถึกเข้าช่วย !!!
 
เราฝืนปั่นกันต่อ อีก 5 กม.
 
 
 
อีก 4 กม.
 
 
 
 
อีก3 กม.
 
 
 
 
 
 
อีก 2 กม.
 
 
 
 
 
อีก 1 กม.
 
 
 
 
 
 
 
 
อีก 500 ม.
 
 
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
ถึงบ้านแล้ว !!!!!
 
 
ผมแยกทางกับเพื่อน ๆ ที่สี่แยกศาลเด็กเพราะทุกคนต้องกลับที่พักตัวเอง พอกลับมาถึงบ้านก็ต้องล้างรถก่อนเลย เพราะตัวรถเลอะน้ำ เลอะโคลนเลอะฝุ่นมาก หลังจากนั้นก็กลับมาดูไมล์ของตัวเอง
 
 
 
Archievement Complete 100 km in 1 Trip !!!
 
 
เป็นไปได้เหมือนกันนะครับว่ามือใหม่อย่างผมจะสามารถปั่น 100 กม. ได้ภายใน 1 วัน แม้หลาย ๆ คนอาจมองว่ามันธรรมดา แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นความภาคภูมิใจเล็ก ๆ เลยก็ว่าได้ ว่า เราได้ผ่าน จุดนี้ไปแล้ว จุดที่เรียกว่า 100 กม. แรกในชีวิต :)  
 (กับอีก 3600 cal)
 
 
 
รวมระยะทางทั้งหมดที่เราปั่นครับ (อีกนิดเดียวจะถึงลำปางแล้ว)
 
 
EmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassedEmbarassed
 
วันนี้เป็นวันที่เจออะไรมาเยอะแยะมากมายจริง ๆ เริ่มตั้งแต่
 
 
- ท่อสูบลมแตกแต่เช้า
 
- ปั่นทางราบยาวกว่า 30 กิโล
 
- พิชิตเขาสามหงก
 
-กินข้าวเช้าตอนเกือบ 10 โมง
 
- เจอพี่ร้านข้าวแนะนำให้ไปนอกเส้นทาง
 
- ฝ่าทางถนนขรุขระเสี่ยงยางแตก และถนนแคบอันตราย
 
- ผ่านเนินจำนวนนับไม่ถ้วน และขาเริ่มหมดแรง
 
- ถึงโครงการหลวง แล้วมีคนแนะนำให้ไปนอกเส้นทางอีก
 
- ฝ่าเส้นทางอรหันต์เข้าหมู่บ้านแม่กำปอง หมู่บ้านปราบเซียนนักปั่น
 
- จะไปร้าน The Giant แต่ดันปิดปรับปรุง
 
- เจอเนินเยอะจนจำไม่ได้ว่าจูงไปกี่ครั้ง
 
- ปั่นทางชั้นเกินจนล้อหน้าจะยกหงายหลัง
 
- กินข้่าวไป แล้วรู้สึกหิวภายในไม่ถึง 2 ชม.
 
- ถึงหมู่บ้านแม่กำปอง แล้วโดนแนะนำให้ไปต่อที่น้ำตก
 
- ผ่านเนินชันฝุด ๆ ไปหลายเนิน (เข็นไป) 
 
- ถึงน้ำตกด้วยความปิติยินดีปรีดา (แต่ไม่แสดงออกเพราะไม่มีแรง)
 
- ผู้นำทริปชวนไปต่ออีก แต่ปฏิเสธ
 
- กลับไปด้วยความระแวงเนินลงที่ขึ้นมากันเมื่อครู่
 
- รถเกือบควบคุมไม่อยู่ก่อนออกจากหมู่บ้าน
 
- ปั่นออกมาตามทางที่วางแผนไว้ด้วยความหวังจะกลับบ้านไวที่สุด
 
- ปั่นผ่านเส้นทางข้ามจังหวัดเป็นครั้งแรก
 
-ตามหาน้ำดื่มสุดชีวิต
 
- ปั่นฝ่าพายุที่โหมเข้าใส่ บอกกับตัวเองเอาไว้ ว่าเจ็บต้องมีวันหาย ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง........
.
.
.
.
.
 
 
เหมือนกับหนังชีวิตย่อม ๆ ใน 1 วัน เมื่อนึกย้อนกลับมาดูอีกที สิ่งดี ๆ ที่เราได้จากวันนี้ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน
 
 
- อย่างน้อยเราก็รู้ว่าต้องเตรียมตัวก่อนเดินทางให้ดีกว่านี้
 
- ปั่นทางราบกว่า 30 กม ไม่ใช่อุปสรรค์ของเราอีกต่อไแล้ว
 
- ภูเขาเราปั่นได้ตลอดทาง ไม่ต้องเข็นขึ้นเขาแล้ว
 
-การปั่นออกนอกเส้นทางเป็นอะไรที่ท้าทายดีเหมือนกันนะ ทำอะไรนอกเหนือความคาดหมายบ้างชีวิตจะได้มีสีสัน
 
- เส้นทางอันตราย ทำให้เราใช้ชีวิตระมัดระวังมากขึ้น
 
-หากเราผิดหวังกับอะไรก็ตาม พยายามอย่าจมปลักกับความเศร้าตรงนั้นนาน ลุกขึ้นมา หาเป้าหมายใหม่ซะ แล้วเดินต่อไป
 
- ครั้งนี้เราสู้ไม่ไหว ไม่เป็นไร ถ้าไหวเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาอีกครั้ง และมั่นคงกว่าเดิม
 
- หัดวางแผนและเตรียมความพร้อมระหว่างการเดินทางเสมอ
 
- มิตรภาพดี ๆ สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น
 
- ย้อนกลับมาดูว่าเราทำอะไรไปบ้างจนสำเร็จ แล้วดื่มด่ำกับเป้าหมายที่ทำสำเร็จให้เต็มที่
 
- วางเป้าหมายต่อไปแล้วก้าวไปให้ถึง
 
สุดท้ายแล้ว 
 
ไม่ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าเพียงไหน แต่ว่าถ้าใจสู้ซะอย่าง ทางไกลแค่ไหน ก็ไปถึงครับ :)
 
- ถ้าตอนนั้น ผมท้อตั้งแต่โครงการหลวง ผมก็คงไม่ได้มาเห็นหมู่บ้านที่สวยงามแบบหมู่บ้านแม่กำปองหรอกครับ -
 
SurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprisedSurprised
 
 
 
ไว้เก่งกว่านี้แล้วจะกลับมาใหม่นะ !!! 

(อีกสักปีนะ 5555+)
 
 
ผม จักร โต้ บัญ ขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาอ่านเรื่องราวของผมนะครับ  ไว้พบกันใหม่.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
มุ้งมิ้ง : อย่าลืมป๋มนะค้าบบบบบบบบบบ
 
 
 
เกือบลืมแน่ะ ฝากมุ้งมิ้งด้วยนะครับ ^^ มุ้งมิ้งเป็นหมีจอมเที่ยว  มุ้งมิ้งเองก็มีเรื่องราวที่อยากจะเล่าให้ทุกคนมากมายเลยทีเดียว ยังไงก็ขอฝากมุ้งมิ้งอยู่ในอ้อมอกของทุกคนด้วยนะครับ ^^
 
มุ้งมิ้งฝากบอกว่ามุ้งมิ้งมีเพจด้วยนะคัฟฟฟ
 
 
 
 
 
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
 
โอกาสหน้า ถ้าได้ปั่นไปลุยที่ไหนอีกเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ ^^
 
ขอบคุณครับ
 
อาเหยียง
-R-Liang-Exteen-

Comment

Comment:

Tweet

กระท่อมลุงจอห์น ยินดีต้อนรับคะ
เรามีอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก และลานกางเต้นท์บริการคะ

#10 By (118.172.155.145|118.172.155.145) on 2014-11-30 10:55

กระท่อมลุงจอห์น ยินดีต้อนรับคะ
เรามีอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก และลานกางเต้นท์บริการคะ

#9 By (118.172.155.145|118.172.155.145) on 2014-11-30 10:54

ยาวไป ไม่อ่านยะ ชิส์
แค่แวะมาดูว่ายังอยู่ดีป่าว question

#8 By สส.eVeZaa on 2014-05-29 22:35

*0*
ผมเคยปั่นแค่สิบกิโลก็จะตายละคับ
ปั่นจักรยานแม่บ้านนี่แหละ ตอนนั้นกลับบ้านทางปกติ (3.5 กม.) ไม่ได้ เพราะน้ำท่วม
ต้องกลับอีกทางที่ไกลมาก
;w;
ผมเป็นคนนึงที่อ่านจบครับ =w=
น่าลองปั่นนะ แต่ ณ ตอนนี้แค่เดินก็จะตายแล้วฮะ 'w'
ป.ล.มีเพจแล้วเหมือนกันครับ แหะๆ 
https://www.facebook.com/AmilyZilent

#7 By ►Amily Zoil◄ on 2014-05-14 23:04

'ไกลมั้ยคับพี่' - มุ้งมิ้งไม่ได้กล่าวไว้ double wink

โหดดดดดมากกกกกกกกกกก เกินนนนนนนนนนนนนนนนนนน
พักขา ยืดขา ยืดกล้ามเนื้อให้หายดีค่อยปั่นใหม่นะ!
อยากกลับบ้านไปปั่นบ้างแล้ว แง้บบบบ Hot!

#6 By (^^) ♪~ on 2014-05-12 20:21

5555555555555555555555555+

#5 By (116.58.231.73|116.58.231.73) on 2014-05-06 21:18

สุดยอดเลยยยยย พี่เหลียง มดเคยปั่นไปกลับแค่ 50 โลยังแทบหอบ แต่มันสนุกจริงๆๆนะ ไว้เรียนจบจะไปร่วมทริปกะป๋า ด้วยยยยย Hot! Hot! Hot!

#4 By tHe AugusT on 2014-05-06 19:47

สนุกดีครับ
หวังว่าผมคงจะใช้จักรยานแม่บ้านคู่ใจพิชิตดอยสุเทพไม่วันใดก็วันหนึ่งครับ :)

#3 By SammieChinmai on 2014-05-06 08:02

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ครับ
ไว้จะหาเวลาไปปั่นบ้างดีกว่า

#2 By Ekaraj on 2014-05-05 22:13

เขียนยาวมาก แต่ก็อ่านจบ
เป็นทริปรถถีบที่น่าตื่นเต้นมากเลยค่ะ
กำลังวางแผนจะไปน้ำตกแม่กำปอง (ไปล่าผีเสื้อ) ในเร็วๆนี้ด้วยdouble wink  (ฤดูนี้ผีเสื้อบินว่อน น่าไปถ่ายรูปเล่นมาก)
ส่วนร้านกาแฟบนต้นไม้ ส่งหน่วยสำรวจไปตรวจสอบเส้นทางเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว...เจอร้านปิดปรับปรุงเหมือนกันค่ะ...
ขี่รถถีบก็ระวังรถราด้วยนะคะ

#1 By kororo on 2014-05-05 21:38